ในยุคสมัยที่ค่าครองชีพสูงขึ้น การออมเงินและลงทุนกลายเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนที่ต้องทำงานหนักเพื่อหารายได้มาเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Saving Funds: SSF) เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับมนุษย์เงินเดือนยุคใหม่ ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของ SSF กองทุนนี้จึงกลายมาเป็นขวัญใจมนุษย์เงินเดือนได้ไม่ยากนั่นเอง
SSF กองทุนรวมเพื่อการออมคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
Super Saving Funds หรือ SSF กองทุนรวมเพื่อการออมที่รัฐบาลไทยส่งเสริมให้ประชาชนออมเงินและลงทุนระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต โดยมีจุดเด่นหลายประการคือ
- SSF กองทุนที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน
ใครก็ตามที่มีรายได้ สามารถลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมนี้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นพนักงานประจำแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไร สถานะไหน หากต้องการลงทุนใน SSF ก็สามารถลงทุนได้โดยไม่มีข้อจำกัด
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาว
ผู้ที่ลงทุนใน SSF จะต้องถือครองกองทุนอย่างน้อย 10 ปี นับจากวันที่ซื้อ ดังนั้นกองทุนนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาช่องทางในการออกเงินระยะเวลาอย่างน้อย 10 ปีขึ้นไป โดยเมื่อครบระยะเวลาที่กำหนด อาจจะนำเงินออมและผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนมาใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ หรือลงทุนต่อเนื่องสำหรับใช้ในยามเกษียณอายุการทำงานก็ได้
- ประหยัดภาษี
สำหรับผู้ที่ลงทุนในSSF กองทุนนี้สามารถขอใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ระหว่างปี 2563-2567 โดยผู้ลงทุนสามารถนำเงินที่ลงทุนใน SSF ไปยื่นกับกรมสรรพากรเพื่อขอลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของรายได้ และต้องไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับการออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุอื่น ๆ จะต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- ลงทุนในสินทรัพย์ได้หลากหลาย
เนื่องจากกองทุน SSF มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งตราสารหนี้ ตราสารทุน และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยให้ผู้ลงทุนกระจายความเสี่ยง และเลือกกองทุนที่ตรงกับความคาดหวังเรื่องผลตอบแทน และความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- ไม่มีการบังคับลงทุนต่อเนื่อง
SSF เป็นกองทุนที่แตกต่างจากกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund: RMF) ในแง่ของการบังคับการลงทุนต่อเนื่อง เพราะกองทุน RMF มีข้อกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี หรืออย่างน้อย ๆ ปีเว้นปี ในขณะที่กองทุน SSF ไม่มีการบังคับการลงทุนแต่อย่างใด และสามารถเริ่มต้นลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ ได้
ทำไม SSF ถึงกลายมาเป็นกองทุนที่เป็นขวัญใจมนุษย์เงินเดือน
- เพราะมนุษย์เงินเดือนทุกคนต้องเสียภาษีเงินได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ในเมื่อการทำงานย่อมมีวันเติบโต และมีรายได้สูงขึ้น ย่อมต้องมีการจ่ายภาษีเพิ่มแน่นอน คงจะดีไม่น้อยหากมีช่องทางในการประหยัดภาษี และ SSF กองทุนนี้ก็สามารถตอบโจทย์นี้ได้ดี แม้ว่าในปี 2567 นี้จะเป็นปีสุดท้ายที่สามารถขอลดหย่อนภาษีได้ก็ตาม
- โอกาสในการสร้างวินัยในการออมเงินที่ดี
การจะออมเงินอย่างมีวินัยให้ได้ผลดีก็คือ การออมก่อนใช้ การเลือกลงทุนใน SSF ด้วยวิธี DCA ในจำนวนเท่า ๆ กันทุกเดือน จะทำให้มนุษย์เงินเดือนมีช่องทางการออมเงินได้ตามที่ตั้งใจ และทำได้อย่างมีวินัยด้วย
- ลงทุนได้อย่างอิสระ
การลงทุนใน SSF ไม่มีการบังคับว่าต้องลงทุนทุกปี และยังสามารถเริ่มลงทุนด้วยเงินจำนวนน้อย ๆ ได้ นอกจากนี้ยังสามารถกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันได้ ทำให้มนุษย์เงินเดือนมีอิสระเต็มที่ในการเลือกลงทุนตามที่ตนเองต้องการ
- SSF กองทุนที่เลือกได้ว่าจะรับผลประโยชน์แบบปันผลหรือไม่
กองทุน SSF ให้ผลตอบแทนกับผู้ลงทุนทั้งในรูปแบบที่มีปันผล และแบบสะสมมูลค่า ซึ่งสะดวกสำหรับมนุษย์เงินเดือนที่จะมีสิทธิเลือกว่า ตนเองต้องการได้รับผลตอบแทนแบบใด อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่เลือกรับเงินปันผลจาก SSF จะต้องเสียภาษีของเงินปันผลที่ได้รับด้วย ซึ่งเงินปันผลดังกล่าวจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
- ระยะเวลาการลงทุนกำลังดี
กองทุน SSF มีเงื่อนไขการลงทุนที่สำคัญ คือ ผู้ลงทุนจะต้องถือครองกองทุนอย่างน้อย 10 ปี ซึ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือนแล้ว ระยะเวลาประมาณ 10 ปีนี้มีความเหมาะสมในการเก็บเงินอย่างเพียงพอเพื่อทำตามวัตถุประสงค์บางอย่างของตนเอง เช่น การเก็บเงินดาวน์รถ ดาวน์บ้าน หรือการเก็บเงินเพื่อการต่อยอดธุรกิจ เป็นต้น
ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไม SSF กองทุนนี้จึงเป็นขวัญใจของมนุษย์เงินเดือน และเชื่อว่าไม่เพียงแต่มนุษย์เงินเดือนเท่านั้นที่ชอบลงทุนใน SSF เพราะไม่ว่าจะเป็นใครในช่วงวัยทำงาน ที่มีรายได้ มีเงินเหลือจากการใช้จ่ายในแต่ละเดือน ก็สามารถเลือกลงทุนในกองทุน SSF ได้เช่นเดียวกัน หากคุณเป็นหนึ่งคนที่ยังไม่ได้เริ่มลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออมนี้ ขอบอกเลยว่าเริ่มวันนี้ก็ยังไม่สายแน่นอน
